
การออกแบบ Flexible Chain Conveyor หรือ สายพานกระดูกงู เป็นงานที่ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เพื่อให้ระบบลำเลียงทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสึกหรอ และยืดอายุการใช้งานของสายพาน บทความนี้จะแนะนำ ขั้นตอนออกแบบระบบสายพาน Flexible Chain แบบมืออาชีพ
1. วิเคราะห์สินค้าและน้ำหนักบรรทุก
ก่อนออกแบบ ควรเก็บข้อมูลของสินค้าที่จะลำเลียง เช่น
- น้ำหนักต่อชิ้น และ น้ำหนักรวมต่อเมตรของสายพาน
- ขนาดสินค้า (กว้าง ยาว สูง)
- ลักษณะสินค้า เช่น กล่อง ขวด แพ็คฟิล์มหด หรือชิ้นงานเดี่ยว
Tip: Flexible Chain รองรับน้ำหนักประมาณ 30 กก./เมตร หากสินค้าหนักเกินนี้ ควรพิจารณาใช้ Top Chain หรือ Modular Belt แทน
2. กำหนดเส้นทาง (Layout) ของสายพาน
Flexible Chain มีจุดเด่นคือโค้งได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ทำให้สามารถออกแบบไลน์ที่ซับซ้อนได้ ขั้นตอนนี้คือการวาง Layout โดยคำนึงถึงว่า
- มีโค้งกี่จุดและมุมโค้งเท่าไร
- ต้องเลี้ยวกลับตัว (U‑Turn) หรือเปลี่ยนระดับสูง‑ต่ำหรือไม่
- ระยะทางรวมของสายพาน และตำแหน่งจุดขับเคลื่อน
3. คำนวณรัศมีโค้ง (Bending Radius)
Flexible Chain แต่ละรุ่นมี รัศมีโค้งต่ำสุด (Min. Radius) ที่รองรับได้ หากโค้งเกินขีดจำกัดอาจทำให้สายพานดีดหรือหลุดราง
- รัศมีโค้งมาตรฐานอยู่ที่ 150–300 มม.
- การโค้งแนวดิ่งควรเผื่อระยะขึ้น‑ลงให้สินค้าปลอดภัย
4. เลือกโครงสร้างและวัสดุของโซ่
วัสดุยอดนิยมคือ
- POM (Acetal) → แข็งแรง ทนการสึกหรอ เหมาะกับอาหารและเครื่องดื่ม
- PA6 (Nylon) → ยืดหยุ่นสูง ทนสารเคมีและความชื้นได้ดี
โครงสร้างควรเป็น โมดูลาร์สำเร็จรูป เพื่อการติดตั้งและปรับปรุง Layout ได้ง่าย
5. ออกแบบระบบขับเคลื่อน (Drive Unit)
- กำหนดตำแหน่ง มอเตอร์ (Drive Head) และ ลูกล้อกลับสายพาน (Idler)
- คำนวณกำลังมอเตอร์ตามน้ำหนักโหลดและความเร็วสายพาน
- ควรใช้ Speed Control หากต้องการปรับความเร็ว
6. ติดตั้งไกด์และอุปกรณ์เสริม
เพื่อให้สายพานทำงานราบรื่น ควรติดตั้ง
- Side Guide กันสินค้าตกขณะโค้ง
- Wear Strip รองรับและลดการสึกหรอของสายพาน
- Support Frame เพื่อความมั่นคงและลดแรงสั่น
7. ทดสอบและปรับแต่ง
หลังติดตั้ง ควรทดสอบการทำงานเต็มระบบ
- ตรวจสอบเสียงและแรงเสียดทาน
- ทดสอบโหลดจริง และปรับโค้งหรือไกด์ให้เหมาะสม
- ตรวจสอบความตึงของสายพานอย่างสม่ำเสมอ
สรุป
การออกแบบ Flexible Chain Conveyor ที่ดีควรเริ่มจากการเข้าใจสินค้าและโหลด กำหนด Layout อย่างเหมาะสม เลือกรัศมีโค้งและวัสดุที่ถูกต้อง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มอายุการใช้งาน หากทำตามขั้นตอนนี้ จะได้ระบบสายพานที่มีประสิทธิภาพสูงและบำรุงรักษาง่าย
