การใช้งานในระบบโค้งและแนวดิ่ง (Curve & Vertical)

หนึ่งในจุดเด่นของ Flexible Chain (สายพานกระดูกงู) คือความสามารถในการวิ่งตามแนวโค้งและแนวดิ่งได้อย่างราบรื่น ทำให้เหมาะกับการออกแบบไลน์ลำเลียงที่ซับซ้อนและต้องการประหยัดพื้นที่ ในบทความนี้เราจะมาดู วิธีการใช้งานในระบบโค้งและแนวดิ่ง พร้อมเคล็ดลับที่ควรรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสายพาน


1. การใช้งานในแนวโค้ง (Curve Conveyor)

Flexible Chain ออกแบบให้สามารถ เลี้ยวซ้าย‑ขวา ได้ในแนวนอน และสามารถรองรับมุมโค้งได้หลากหลาย ทำให้ระบบขนส่งสินค้าในพื้นที่จำกัดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นของการใช้งานในแนวโค้ง

  • ลดพื้นที่ในการติดตั้งไลน์ลำเลียง
  • รองรับมุมโค้ง 90° และ 180°
  • เหมาะกับงาน Merge, Divert และ U‑Turn
  • สินค้าสามารถเคลื่อนตัวต่อเนื่องโดยไม่สะดุด

Tip: ควรเลือกสายพานรุ่นที่รองรับรัศมีโค้งต่ำสุด (Min. Bending Radius) ประมาณ 150–300 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่นของสายพาน


2. การใช้งานในแนวดิ่ง (Vertical Conveyor)

Flexible Chain สามารถเคลื่อนที่ในแนวดิ่งได้ทั้ง ขึ้นและลง ทำให้สามารถออกแบบไลน์ลำเลียงแบบ Spiral Conveyor หรือ Vertical Lift ได้

ข้อควรรู้ในการออกแบบแนวดิ่ง

  • ความชันที่เหมาะสมไม่เกิน 30°–35° สำหรับสินค้าทั่วไป
  • หากสินค้ามีน้ำหนักเบา สามารถเพิ่มความชันได้มากขึ้นโดยติด Side Guide
  • สำหรับสินค้าที่ลื่นหรือกลิ้งง่าย ควรใช้ คลีต (Cleat) หรือแผ่นกันไถลเสริมที่สายพาน

3. การทำงานร่วมกันของ Curve & Vertical

เมื่อรวม โค้ง + แนวดิ่ง จะช่วยสร้าง ไลน์ลำเลียงแบบ 3 มิติ ที่ยืดหยุ่นและประหยัดพื้นที่มาก เช่น

  • ไลน์โค้งขึ้นชั้นสองของโรงงาน
  • ระบบ U‑Turn + Incline Conveyor สำหรับคืนสินค้า
  • Spiral Conveyor สำหรับยกสินค้าขึ้น‑ลงหลายระดับ

4. เคล็ดลับในการติดตั้ง Flexible Chain Curve & Vertical

  1. คำนวณรัศมีโค้งและมุมชันให้เหมาะสม
    เพื่อป้องกันการเสียดสีและยืดอายุสายพาน
  2. ติดตั้ง Wear Strip และ Side Guide
    ลดแรงเสียดทานและป้องกันสินค้าตกในจุดโค้งหรือทางลาด
  3. ตรวจสอบน้ำหนักโหลดต่อเมตร
    Flexible Chain รองรับประมาณ 30 กก./เมตร หากเกินควรใช้ระบบเสริม หรือเลือกสายพานแบบอื่น
  4. ทดสอบก่อนใช้งานจริง
    โหลดสินค้าเต็มกำลังเพื่อดูการเคลื่อนที่และความต่อเนื่องของระบบ

สรุป

การใช้ Flexible Chain ในระบบโค้งและแนวดิ่งช่วยให้ไลน์ลำเลียงยืดหยุ่น ประหยัดพื้นที่ และออกแบบได้อย่างหลากหลาย เหมาะกับโรงงานอาหาร เครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ และอิเล็กทรอนิกส์ หากออกแบบอย่างถูกต้องและติดตั้งอุปกรณ์เสริมครบ ระบบจะทำงานได้ราบรื่นและมีอายุการใช้งานยาวนาน