การเลือกสายพานตามแรงกระแทกของสินค้าที่ลำเลียง

การเลือกสายพานลำเลียงให้เหมาะสมกับ แรงกระแทกและน้ำหนักของสินค้า เป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบระบบ Conveyor ที่มีประสิทธิภาพ หากเลือกสายพานผิดประเภท อาจเกิดปัญหาสึกหรอเร็ว สินค้าตกหล่น หรือเครื่องจักรหยุดทำงานได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกสายพานตามความแรงของสินค้าอย่างมืออาชีพ


1. ประเมินน้ำหนักและแรงกระแทกของสินค้า

ก่อนเลือกสายพาน ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้าที่จะลำเลียง เช่น

  • น้ำหนักต่อชิ้น (Weight per Unit)
  • แรงกระแทกขณะลงสายพาน (Impact Force)
  • ความถี่ในการลำเลียงต่อชั่วโมง

ตัวอย่างสินค้า:

  • ขวดน้ำหรือกระป๋องเบา (น้ำหนัก ≤ 1 กก.)
  • กล่องบรรจุภัณฑ์ขนาดกลาง (น้ำหนัก 5‑20 กก.)
  • ชิ้นส่วนโลหะหรือสินค้าหนัก (น้ำหนัก 30 กก. ขึ้นไป)

2. เลือกสายพานตามระดับความแรงของสินค้า

  1. สินค้าน้ำหนักเบาและไม่มีแรงกระแทกสูง
    • ใช้ Flexible Chain (สายพานกระดูกงู)
    • รองรับน้ำหนักรวม ~30 กก./เมตร
    • เหมาะกับงานบรรจุภัณฑ์ ขนม อาหาร และเครื่องดื่ม
  2. สินค้าน้ำหนักปานกลางและแรงกระแทกปานกลาง
    • ใช้ Top Chain หรือ Modular Plastic Belt
    • รองรับน้ำหนัก ~30‑50 กก./เมตร
    • เหมาะสำหรับกล่องบรรจุภัณฑ์ เครื่องดื่มแพ็กใหญ่ หรือสินค้าอุตสาหกรรมเบา
  3. สินค้าน้ำหนักมากหรือมีแรงกระแทกสูง
    • ใช้ Steel Top Chain หรือ Roller Conveyor
    • รองรับน้ำหนัก ≥50 กก./เมตร
    • เหมาะกับชิ้นส่วนเครื่องจักร หรือบรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรมหนัก

3. ปัจจัยเสริมในการเลือกสายพาน

  • ความเร็วการลำเลียง (Conveyor Speed)
    ยิ่งความเร็วสูง แรงกระแทกขณะสินค้าเข้าสายพานจะสูงขึ้น
  • รูปทรงสินค้า
    สินค้ากลม เช่น ขวดน้ำ ต้องใช้ Side Guide ป้องกันการกลิ้ง
  • พื้นที่ติดตั้งและรัศมีโค้ง
    หากต้องการโค้งและประหยัดพื้นที่ Flexible Chain จะตอบโจทย์

4. ตารางแนะนำการเลือกสายพาน

ประเภทสินค้าน้ำหนักต่อชิ้นแรงกระแทกสายพานที่แนะนำ
ขวดน้ำ, ขนม, กล่องเล็ก≤ 1 กก.ต่ำFlexible Chain
กล่องเครื่องดื่ม, อาหารแช่แข็ง5‑20 กก.ปานกลางTop Chain / Modular Belt
ชิ้นส่วนโลหะ, สินค้าหนัก≥ 30 กก.สูงSteel Top Chain / Roller

Tip: หากสินค้าเบาแต่มีแรงกระแทกสูง ควรใช้สายพานที่มี Wear Strip คุณภาพสูง และรองรับแรงได้ดี


สรุป

การเลือกสายพานลำเลียงให้เหมาะสมกับความแรงและน้ำหนักของสินค้า จะช่วยลดการสึกหรอ ป้องกันความเสียหาย และทำให้สายการผลิตทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรประเมินน้ำหนัก แรงกระแทก และความเร็ว ก่อนตัดสินใจเลือกสายพาน เพื่อความปลอดภัยและคุ้มค่าในระยะยาว